<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว &#039;ศรีสุวรรณ&#039;บุก สน.ทองหล่อแจ้งความเอาผิดแกนนำคาร์ม็อบ 19 กันยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ก.ย. 2564 เวลา 10.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เขตวัฒนา นายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำ นปช. นายสมบัติ บุญงามอนงค์หรือ บก.ลายจุด และพวก ซึ่งร่วมเป็นแกนนำจัดชุมนุมคาร์ม็อบกันที่บริเวณแยกอโศกมนตรี เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปยังถนนต่างๆจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อันเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง กระทบความมั่นคง การแพร่กระจายของโควิด-19 และก่อปัญหาการจราจร อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ อันมิอาจปล่อยให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคมต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดหลายข้อหา อาทิ ความผิดตามข้อกำหนดในข้อ 2 ซึ่งห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ที่ออกตามความในม. 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 32) และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง (ฉบับที่ 10) ลงวันที่ 31 ส.ค.64 ความผิดตาม ม.34(6) แห่ง พรบ.โรคติดต่อ 2558 ความผิดฐานกีดขวางการจราจร ตาม ม.43 &amp;nbsp;พรบ.จราจรทางบก 2522 ความผิด ตาม ม.19 ประกอบ ม.57 แห่งพรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2535 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 ม.215 ม.216 ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป &amp;nbsp;หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การชุมนุมดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก การอ้างว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองนั้นไม่สามารถอ้างได้ เพราะเป็นข้อยกเว้นเว้น ตาม ม.34 ที่กำหนดให้เอาผิดได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของ บุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของ ประชาชน การที่บุคคลทั้งสองคนมาเป็นแกนนำและร่วมการชุมนุมกับแนวร่วมต่างๆในครั้งนี้ จึงเป็นการกระทำที่รัฐธรรมนูญไม่ให้การคุ้มครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมคาร์ม็อบเกิดขึ้นหลายพื้นที่ความรับผิดชอบทางคดีของหลายสถานีตำรวจตั้งแต่ สน.ทองหล่อ ไปตลอดเส้นทางของการเคลื่อนขบวนจนถึงถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สน.สำราญราษฎร์ การแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อเอาผิดม็อบดังกล่าว ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถร่วมกันไปแจ้งความได้ทุกสถานีตำรวจที่เส้นทางม็อบดังกล่าวผ่านไป ซึ่งประชาชนคน กทม.ไม่ควรวางเฉย ไม่เช่นนั้นบุคคลเหล่านี้ก็จะย่ามใจออกมาก่อความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมืองไม่จบไม่สิ้น เราต้องทำให้กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เพราะสังคมจะสงบสุขได้ก็เพราะทุกคนเคารพกฎหมายนั่นเอง นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ, ศรีสุวรรณ  จรรยา, สน.ทองหล่อ, สมบัติ บุญงามอนงค์, องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61480e0ae2a53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแล้ว &#039;ศรีสุวรรณ&#039; จ่อร้องกกต.สอบส.ส.ขายตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ. 63 นายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำคลิปเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรมาเปิดเผยต่อสาธารณะกันอย่างครึกโครมว่า มีการเสนอการซื้อตัว-ขายตัวของ ส.ส.ที่เพิ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคไปเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา โดยมีการตั้งค่าตัวถึงคนละ 23 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น พฤติการณ์หรือการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยชัดแจ้ง อีกทั้งเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายหน้าไปทั้งโลก ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวส่งผลเสียไปทั้งระบบรัฐสภา ที่อ้างว่ามีการปฏิรูปแล้วนั้น ให้เห็นเด่นชัดว่าเป็นการถอยหลังลงเหวไปไกลมากพอสมควร ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่น่าขยะแขยงต่อสาธารณชนเป็นอย่างยิ่ง เปรียบเสมือนโสเภณีทางการเมืองที่น่ารังเกียจ อีกทั้งเป็นการท้าทายและฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างไม่เกรงกลัวความผิด ซึ่งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญมิอาจปล่อยให้ผ่านไปได้ ทั้งนี้ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ม.30 บัญญัติว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดให้ &amp;nbsp;เสนอให้ &amp;nbsp;หรือสัญญาว่าจะให้เงิน &amp;nbsp;ทรัพย์สิน &amp;nbsp;หรือประโยชน์อื่นใด &amp;nbsp;ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมเพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใด สมัครเข้าเป็นสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;เว้นแต่สิทธิหรือประโยชน์ซึ่งบุคคลจะพึงได้รับในฐานะที่เป็นสมาชิก และ ม.31 ก็บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดเรียก &amp;nbsp;รับ &amp;nbsp;หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด จากพรรคการเมืองหรือจากผู้ใดเพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิก หากฝ่าฝืนมีความผิดตาม ม.109 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี &amp;nbsp;หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท &amp;nbsp;หรือทั้งจําทั้งปรับ &amp;nbsp;และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดห้าปีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน และเอาผิดพรรคการเมืองและหรือผู้ที่กระทำการดังกล่าว เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป โดนจะไปยื่นคำร้องในวันศุกร์ที่ 28 ก.พ. 2563 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคารบี หลักสี่ กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58322</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อขาย ส.ส., ร้องกกต., ศรีสุวรรณ  จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5dafbbe4aa594.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณเตรียมเอาผิดผอ.เขตดอนเมืองปฏิบัติหน้าที่มิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 18 ส.ค. นายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.ริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร เพื่อบริหารจัดการน้ำ โดยใช้อำนาจรัฐมาบีบบังคับให้ชาวชุมชนรื้อบ้านเรือนของตน พร้อมกับบังคับให้ชาวชุมชนทุกหลังคาเรือนไปกู้หนี้ยืมสินมาเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง แต่เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนยากจนหาเช้ากินค่ำ จึงไม่มีปัญญาที่จะไปหาเงินมาสร้างบ้านใหม่และผ่อนชำระตลอดระยะเวลา 15-20 ปีได้ จึงพยายามแก้ไขปัญหาโดยการ &amp;ldquo;ตัดบ้านคืนคลอง&amp;rdquo; ในส่วนที่รุกล้ำลำคลองคืนให้กับทาง กทม. เพื่อให้สามารถก่อสร้างเขื่อนไปได้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทว่าวิธีการดังกล่าวภาครัฐไม่สนใจ เพราะไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลในการเบิกเงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน มาใช้จ่ายกันเองในโครงการบ้านมั่นคงได้ จึงใช้มาตรการกดดันชาวบ้านทุกวิถีทาง เริ่มตั้งแต่ให้กรมธนารักษ์แจ้งความดำเนินคดีอาญาฐานบุกรุกต่อชาวบ้านไปแล้วกว่า 70 ราย ซึ่งขณะนี้เรื่องยังเป็นคดีความต่อสู้กันอยู่ในชั้นศาลอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในขณะนี้รัฐบาลได้ใช้มาตรการกดดันชาวชุมชนริมคลองโดยการออกคำสั่งคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 หรือ ปว.44 ที่ออกมาเมื่อสมัย 11 ม.ค.2502 โดยสั่งให้เจ้าของอาคารบ้านเรือนในชุมชนได้รื้อถอนอาคารออกไปภายใน 15 วัน หากชาวบ้านไม่รื้อถอนเองเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตก็จะมารื้อถอนให้เองพร้อมกับต้องจ่ายค่ารื้อถอนให้กับเจ้าหน้าที่เป็นหลักหมื่นด้วย แต่ชาวบ้านได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ไปตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองไปแล้ว ขณะนี้รอเวลาที่ กทม.จะต้องตอบหนังสืออุทธรณ์ของชาวบ้านภายในระยะเวลา 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากการออกคำสั่งดังกล่าว พบว่ามีบ้านเรือนชาวชุมชนจำนวนมากที่ไม่เข้าข่ายต้องรื้อถอนตาม ปว.44 แต่อย่างใด เพราะบ้านอยู่บนบกทั้งหลัง ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดอยู่ในน้ำหรือในคลองเลย แต่ทว่าสำนักงานเขตดอนเมืองกลับนำคำสั่งดังกล่าวมาไล่รื้ออาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน จึงถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เข้าข่ายความผิดตาม ปอ. มาตรา 157 โดยชัดแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวชาวบ้านในพื้นที่เขตดอนเมืองที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย จึงได้ร้องขอให้สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยช่วยเป็นธุระในการนำชาวบ้านไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ลงนามในหนังสือคำสั่งให้ชาวบ้านรื้อถอนอาคารฯดังกล่าว เพื่อรักษาสิทธิของตนเองตามรัฐธรรมนูญ โดยชาวบ้านมากกว่า 200 คนจะเดินทางไปยื่นแจ้งความ ในวันจันทร์ที่ 19 ส.ค. 2562 เวลา 10.00 น.ณ สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน &amp;nbsp;เขตดอนเมือง กทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43671</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผอ.เขตดอนเมือง, ศรีสุวรรณ  จรรยา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, เอาผิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf099b250c14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องอธิบดีกรมศิลป์ปกป้องเขตอุทยานศรีเทพจากการขุดเจาะปิโตรเลียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.62 - นายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา&amp;nbsp;นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;quot;จี้อธิบดีกรมศิลปากรขยายแนวเขตอุทยานศรีเทพป้องขุดเจาะปิโตรเลียม&amp;quot; ระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่ามีผู้ประกอบการเอกชนร่วมกับกลุ่มทุนข้ามชาติจากจีน ซึ่งได้รับสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 3/2546/60 ในแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L44/43 ซึ่งบริษัทจึงมีแผนที่จะดำเนินการผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง คือที่หลุมผลิต STN-2 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ผลิตศรีเทพเหนือ ห่างจากเจดีย์บริวารของมหาสถูปเขาคลังนอก ประมาณ 100 กว่าเมตร และเมื่อปรับสภาพพื้นที่แล้ว ก็จะเหลือระยะห่างระหว่างบ่อน้ำมัน กับโบราณสถานไม่ถึง 100 เมตร จนทำให้หลายฝ่ายแสดงความห่วงใย หวั่นเกรงว่าแท่นขุดเจาะ ดังกล่าว จะกระทบต่อโบราณสถานศรีเทพ และที่สำคัญอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ กำลังดำเนินการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกับยูเนสโกอยู่ในขณะนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพดังกล่าว จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อหลักฐานทางอารยธรรมโบราณเมืองศรีเทพที่มีอายุสืบทอดกันมากว่า 1,300 ปี ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมของชาติไทย ที่ประชาชนคนไทยทุกคนต้องอนุรักษ์และรักษาไว้ ดังนั้นการที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ใช้อำนาจทางปกครองอนุญาตให้บริษัทต่างๆ เข้าสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ดังกล่าว จึงเป็นการทำลายและลบหลู่รากฐานทางอารยธรรมของชาติโดยชัดแจ้ง และถึงแม้บริษัทดังกล่าวจะชะลอโครงการขุดเจาะปิโตรเลียมพื้นที่ดังกล่าวออกไปแล้วก็ตาม เพราะถูกต่อต้านมาก แต่ก็มิได้หมายความว่าจะหวลกลับมาสำรวจขุดเจาะใหม่ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมต่อต้านสภาะโลกร้อน จึงขอเรียกร้องให้อธิบดีกรมศิลปากร เร่งรีบใช้อำนาจตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 2504 โดยกำหนดเขตที่ดินเขตของโบราณสถานศรีเทพเสียใหม่ โดยให้ขยายพื้นที่ออกไปให้มีรัศมีมากกว่า 5 กิโลเมตร เพื่อปกป้องแหล่งอารยธรรมโบราณเมืองศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ให้รอดพ้นจากการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมซึ่งจะสร้างแรงสั่นสะเทือนทำลายโบราณสถานของชาติ ให้รอดพ้นไปได้ในที่สุด และหากข้อเรียกร้องนี้ไม่เป็นผล สมาคมฯ และชาวอำเภอศรีเทพก็จักใช้มาตรการทางศาล เพื่อเชิญอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและกรมศิลปากรทั้ง 2 กรมและผู้ประกอบการไปพบกันที่ศาลต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30285</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศรีสุวรรณ  จรรยา, อุทยานศรีเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c74aac34cba2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2018 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2018 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เลขาฯสภา” โต้ “ศรีสุวรรณ” เผยซื้อไม้สักถูกต้อง ยันสภาใหม่ เปลี่ยนวัสดุไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เลขาฯสภา&amp;rdquo; โต้ &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; เผย ชิโน-ไทย ซื้อไม้สักถูกต้อง ยันสภาใหม่ เปลี่ยนวัสดุไม่ได้ เพราะออกแบบมาเพื่อความเป็นไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 30 ก.ย.นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกมาเรียกร้องให้หัวหน้าคสช.ใช้อำนาจพิเศษในการปกป้องต้นไม้สักที่กำลังโดนโค่น เพื่อนำมาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ว่า &amp;nbsp;เข้าใจว่า บริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ได้ซื้อไม้สักไว้หมดแล้ว โดยซื้อจาก องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.)ซึ่งต้นไม้ที่ก็ต้องนำมาผ่านกระบวนการ ทั้งเอามาแช่น้ำ ตากแดด &amp;nbsp; ซึ่งไม้สักบางอย่างก็ต้องเหลา ซึ่งทราบว่าเอามาไว้ที่ที่รัฐสภาใหม่ เกียกกายแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามว่า นายศรีสุวรรณ อ้างว่าเป็นการทำลายป่าใหม่ และต้องการให้ใช้วัสดุอื่นแทน นายสรศักดิ์ กล่าวว่า อ.อ.ป.มีหน้าที่ในการปลูกต้นไม้และจำหน่วย ซึ่งเป็นไม้เศรษฐกิจของประเทศ และไม้สักดังกล่าว ทางบริษัทชิโน-ไทย ก็ซื้อมาอย่างถูกต้อง โดยราคารวมอยู่ในค่าก่อสร้างหมดแล้ว &amp;nbsp;และถ้าบอกว่าให้ใช้วัสดุอื่นแทนไม้สักคงไม่ได้ เพราะแบบก่อสร้างออกมาเพื่อให้เห็นและบ่งบอกถึงความเป็นไทย และเห็นถึงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18742</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น, ศรีสุวรรณ  จรรยา, สรศักดิ์ เพียรเวช, อาคารรัฐสภาแห่งใหม่, เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8b6afabd5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
